เทรนนิ่งสำหรับบริษัท

โปรแกรมอบรมทักษะผู้นำ เทรนนิ่งสำหรับบุคคลทั่วไป และเวิร์คช็อปสำหรับผู้บริหารองค์กรและผู้ประกอบการทางธุรกิจ

สร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรของคุณทุ่มเทกับการทำงาน

OPTIMA ให้บริการเทรนนิ่งสำหรับบริษัทที่สำนักงานของคุณ โดยออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและความต้องการของแต่ละองค์กร ทุกโปรแกรมของเรามุ่งเน้นการพัฒนาทักษะผู้นำ และถ่ายทอดเนื้อหาผ่านรูปแบบการเรียนสอนที่ให้ผู้เข้าอบรมได้มีส่วนร่วม พร้อมมอบเทคนิคที่สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ทันที

รายชื่อคอร์สอบรมทักษะผู้นำของเรา

ระยะเวลา
อบรมแบบกลุ่ม + การติดตามผลรายบุคคล 3 วัน

เป้าหมายหลักของการอบรม

  1. เรียนรู้การเป็นผู้นำที่ดี
    • ทำความรู้จักกับสไตล์การเป็นผู้นำแบบต่างๆ และรูปแบบการบริหารจัดการที่เหมาะกับคุณ
    • กำหนดวิสัยทัศน์และถ่ายทอดต่อทีมงาน
    • กำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย สื่อสารต่อทีมงานเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันและกระตุ้นให้ทีมงานมีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน
    • นำการประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนทีมงานด้วยแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนและการติดตามผลอย่างเป็นระบบ
  2. ทำความเข้าใจสมาชิกทีมและบริหารบุคลากรรายบุคคล
    • กำหนดเกณฑ์การวัดศักยภาพและทักษะการทำงานที่สอดคล้องกับทีม
    • รู้จักและทดลองใช้หลักการประเมินความทุ่มเทและศักยภาพหลากหลายรูปแบบเพื่อค้นหาหลักการที่เหมาะกับทีมงาน
    • เรียนรู้วิธีปรับรูปแบบการบริหารที่เหมาะกับสมาชิกทีมที่มีความหลากหลายในสถานการณ์ที่แตกต่าง
  3. เรียนรู้หลักการโค้ชสมาชิกทีม
    • รู้จักการโค้ชสมาชิกทีมผ่านการชม การมอบหมายงาน การแก้ไขปัญหา การให้ฟีดแบ็คที่มีประโยชน์ และการสร้างแรงบันดาลใจและแรงผลักดันในการทำงาน
    • ประยุกต์ใช้เทคนิคการโค้ชบุคลากรเพื่อการพัฒนารายบุคคลที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ระยะเวลา
2 วัน

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • ความเข้าใจในกระบวนการและปัจจัยหลักของการวางกลยุทธ์
  • วิธีการวางกลยุทธ์ การสื่อสาร และการปฏิบัติตามแผนงานที่ประสบความสำเร็จ
  • ทักษะในการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับทีมงานและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กร

เนื้อหาหลักของโปรแกรม

  1. กระบวนการวางกลยุทธ์และปัจจัยหลัก
    • กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และคุณค่าที่เหมาะสมกับทีมงานและสอดคล้องกับองค์กร
    • เห็นภาพสถานการณ์ทางธุรกิจในปัจจุบัน เป้าหมายในอนาคต ขั้นตอนที่จะขับเคลื่อนทีมงานไปสู่เป้าหมาย และเกณฑ์การวัดผลที่ชัดเจน
    • พัฒนาทักษะการวิเคราะห์โดยใช้หลักการ SWOT การจัดงบประมาณ การตั้งเป้าหมายโดยใช้หลักการ SMART การวางแผนปฏิบัติงาน และการประยุกต์ใช้หลักการต่าง ๆ ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดกับทีมงานของคุณ
  2. การวางกลยุทธ์ การสื่อสาร และการปฏิบัติตามแผนงานให้ประสบความสำเร็จ
    • รู้จักแหล่งข้อมูลและวิธีเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อวางกลยุทธ์
    • สื่อสารกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการันตีความสำเร็จของแผนกลยุทธ์
    • เรียนรู้การปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์ทีละขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการลงมือ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ
  3. วางกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับทีมงานและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กร
    • ฝึกฝนการวางแผนกลยุทธ์ที่นำไปปฏิบัติได้จริงจากโจทย์ทางธุรกิจที่องค์กรมักต้องเผชิญ
    • ใช้หลักการวางกลยุทธ์เพื่อการันตีการออกแบบ การควบคุมงบประมาณ และการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จ
    • ตั้ง KPI และเครื่องมือวัดผลการดำเนินงานเพื่อติดตามผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ระยะเวลา
2 วัน

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • ความเข้าใจและการฝึกฝนหลักการแก้ไขปัญหาและตัดสินใจที่หลากหลาย
  • ความเข้าใจและการฝึกฝนเทคนิคการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและสามารถโน้มน้าวใจทีมงาน

เนื้อหาหลักของโปรแกรม

  1. หลักการแก้ไขปัญหา
    • ค้นพบทางออกของปัญหาโดยใช้หลักการ SCORE (สถานการณ์, สาเหตุ, จุดประสงค์, ทรัพยากร, ผลลัพธ์)
      • ฝึกฝนการแก้ปัญหาโดยใช้หลักการ SCORE บน SCORE sheet และการวางแผนดำเนินงาน
      • ฝึกฝนการใช้หลักการ SCORE ควบคู่กับการใช้ซอฟต์แวร์สร้างแผนความคิด (mind mapping) เพื่อพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และคิดอย่างเป็นระบบร่วมกับผู้อบรมท่านอื่น
    • ให้ความสนใจกับสิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมโดยยึดหลักปรัชญา Stoicism
      • กลั่นกรองและจัดกลุ่มปัญหาเพื่อแก้ไขอย่างเหมาะสม: ปัญหาที่อยู่เหนือการควบคุม ปัญหาที่ต้องยอมรับ และปัญหาที่สามารถแก้ไขได้
    • พัฒนาทักษะการคิดอย่างรอบด้าน โดยการวิเคราะห์และหาทางออกของปัญหาด้วยโมเดลการคิดแบบ 3 มิติ:
      • การพิจราณาปัญหาจากมุมมองที่หลากหลาย/ การไล่เรียงลำดับเหตุการณ์/ การวิเคราะห์ปัญหาโดยใช้ตรรกะ
  2. หลักการตัดสินใจที่เฉียบคมและมีประสิทธิภาพ
    • ประเมินผลกระทบของการตัดสินใจและเตรียมแผนรับมือกับผลกระทบดังกล่าว (analysis witout paralysis)
    • สื่อสารกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ (คณะบริหาร, เพื่อนร่วมงาน, และสมาชิกในทีม)
    • พัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับเพื่อนร่วมงานเพื่อลดแรงต้านและแก้ไขความขัดแย้งภายในอย่างมีประสิทธิภาพ
      • ใช้หลักการ DESC เพื่อเลือกวิเคราะห์สถานการณ์จากข้อเท็จจริงและเลือกวิธีแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม
    • ตรวจสอบการปฏิบัติงาน วัดผลลัพธ์ และแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที

ระยะเวลา
2 วัน

จุดประสงค์

  • เตรียมประเด็นโต้แย้งในการต่อรองอย่างมืออาชีพ
  • รู้จักการประเมินอำนาจในการต่อรองทางธุรกิจและประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์
  • เตรียมการต่อรองโดยใช้หลักการ check point
  • รู้จักสังเกตและจัดการกับดักในการต่อรองในสถานการณ์ที่ท้าทาย
  • รักษาจุดยืนและต่อรองเพื่อให้ได้ข้อตกลงร่วมกันที่สร้างผลกำไรให้องค์กร
  • พัฒนาทักษะการต่อรองที่สร้างผลกำไรให้องค์กรโดยใช้หลักการ DEAL®
    • รักษาจุดยืน
    • โน้มน้าวคู่สนทนา
    • นำคู่สนทนาเข้าสู่กระบวนการขายโดยการประนีประนอม
    • ปิดการขายในระยะเวลาที่เหมาะสม

รูปแบบการอบรม

  • การแสดงบทบาทสมมติจากการจำลองสถานการณ์จริง
  • การเสนอความคิดและทำงานร่วมกัน
  • การเตรียมข้อโต้แย้งเพื่อรักษาจุดยืนและการประนีประนอม

ระยะเวลา
1 หรือ 2 วัน

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • การเรียนรู้แนวคิดที่นำไปสู่การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความเข้าใจบุคลิกที่แตกต่างของคู่สนทนาและวิธีปรับการสื่อสารให้ได้ผลลัพธ์และประสิทธิภาพสูงสุด
  • การเรียนรู้ทักษะการฟัง การโต้แย้งอย่างหนักแน่น และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เทคนิคการสื่อสารในสถานการณ์ที่ท้าทาย

เนื้อหาหลักของโปรแกรม

  1. เรียนรู้แนวคิดของนักสื่อสารที่ประสบความสำเร็จ
    • รู้จักอุปสรรคที่ขัดขวางการสื่อสารที่ประสบความสำเร็จ
    • เข้าใจกระบวนการลบเลือน บิดเบือน และเหมารวมข้อมูลซึ่งเป็นธรรมชาติในการสื่อสารของมนุษย์
    • รู้จักการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการสื่อสาร (การมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การได้กลิ่น และการลิ้มรส)
    • รู้จักเทคนิคโน้มน้าวและเอาชนะใจบุคคลรอบข้าง
    • เข้าใจรูปแบบการคิดที่แตกต่างโดยสังเกตจากภาษาที่คู่สนทนาเลือกใช้ และปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารให้เหมาะสม
    • เข้าใจและเห็นคุณค่าของความแตกต่าง
    • รู้จักใช้ความแตกต่างให้เป็นข้อได้เปรียบ
  2. เรียนรู้เครื่องมือของนักสื่อสารที่ประสบความสำเร็จ
    • เรียนรู้และก้าวข้ามอุปสรรคที่ขัดขวางการฟังที่ดี
    • เรียนรู้วิธีเรียบเรียงใจความใหม่ (rephrasing) เพื่อพัฒนาทักษะการฟัง
    • พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานและบุคลากรที่อยู่ในความดูแลโดยใช้หลักการ Matching & Mirroring ซึ่งประกอบด้วยท่าทาง น้ำเสียง คำพูด, หลักการ Pacing & Leading ซึ่งเป็นการโน้มน้าวผู้ร่วมงานโดยมีเป้าหมายหลักคือการสรุปข้อตกลงที่เป็นผลดีแก่ทุกฝ่าย
    • ฝึกฝนทักษะการป้องกันและแก้ไขความขัดแย้งเพื่อรักษาความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกัน
    • เรียนรู้เทคนิค Meta Model Advanced Communication เพื่อลดอคติและการตีความที่คลาดเคลื่อน และเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน
    • พัฒนาทักษะการหาสาเหตุที่แท้จริงของการสื่อสารที่ไม่ประสบผลสำเร็จและเข้าใจสถานการณ์อย่างชัดเจน

ระยะเวลา
1 หรือ 2 วัน

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • เสริมสร้างความมั่นใจในการนำเสนอผลงาน
  • เสริมสร้างความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นทางอารมณ์และจิตใจ
  • เรียนรู้โครงสร้างและกระบวนการเตรียมเนื้อหาและ PowerPoints ที่มีคุณภาพ
  • พัฒนาความหนักแน่นและบุคลิกภาพที่ดี (ท่าทาง, น้ำเสียง, การเลือกใช้คำ)
  • เทคนิคการดึงความสนใจผู้ฟัง
  • เทคนิคการรับมือผู้ฟังในสถานการณ์ที่ท้าทาย

เนื้อหาหลักของโปรแกรม

  1. เรียนรู้แนวคิดของผู้นำเสนอผลงานที่ประสบความสำเร็จ
    • เข้าใจกระบวนการคิดและรับรู้ที่แตกต่างของแต่ละบุคคล และสามารถรับมือกับพฤติกรรมที่หลากหลายของผู้ฟัง
    • เข้าใจความสัมพันธ์ทางตรงระหว่างความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม และเข้าใจความสำคัญของการควบคุมความคิดและอารมณ์ระหว่างการนำเสนองาน
    • เข้าใจกลไกการทำงานของอารมณ์และนำเสนองานอย่างมั่นใจ
    • เรียนรู้เทคนิคการเปลี่ยนเหตุการณ์ในแง่ลบให้เป็นบทเรียนและมองหาข้อดีของทุกสถานการณ์ระหว่างนำเสนองาน
  2. เตรียมเนื้อหา
    • รู้จักผู้ฟัง ผลลัพธ์ที่คาดหวัง วิธีรวบรวมข้อมูล และวิธีจัดลำดับเนื้อหา
    • เรียนรู้เทคนิคการเพิ่มสีสัน ลูกเล่น และเน้นความสำคัญระหว่างการนำเสนอ
    • พัฒนาทักษะการใช้ PowerPoints เพิ่มรูป สื่อ แบบทดสอบ บทบาทสมมติ
    • เรียนรู้วิธีจัดการข้อโต้แย้งโดยรักษาบรรยากาศที่ดีระหว่างการนำเสนอ

ระยะเวลา
1 หรือ 2 วัน

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • เข้าใจแนวคิดของโค้ชที่ประสบความสำเร็จ
  • เข้าใจหน้าที่และความรับผิดชอบของการโค้ช
  • พัฒนาทักษะการสื่อสาร
  • เรียนรู้เทคนิคการโค้ชเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

เนื้อหาหลักของโปรแกรม

  1. เข้าใจแนวคิดของโค้ชที่ประสบความสำเร็จ
    • เข้าใจกระบวนการคิดและรับรู้ที่แตกต่าง และปรับสไตล์การโค้ชให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
    • เรียนรู้การจัดการอารมณ์และพัฒนาความมั่นใจ
    • เรียนรู้ความรับผิดชอบของหน้าที่โค้ช
  2. พัฒนาทักษะเพื่อเป็นโค้ชที่ประสบความสำเร็จ
    • สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ซึ่งจะเอื้อให้ผู้รับคำปรึกษาเปิดใจถึงสาเหตุของปัญหา
    • ซึ่งรวมถึงท่าทาง น้ำเสียง และคำพูดเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
    • เรียนรู้การแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างโดยไม่ทำลายบรรยากาศ
    • เรียนรู้หลักคิด A.G.O.W.A.L:
      • A = สร้างการรับรู้ (Awareness)
      • G = ตั้งเป้าหมายของบทสนทนา (Goal for this Coaching Conversation)
      • O = วิเคราะห์อุปสรรคและโอกาส (Obstacle & Opportunity)
      • W = วางแผนอนาคต (Way Forward)
      • A = ปฎิบัติตามแผน (Action)
      • L = ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ (Lessons Learned)

ระยะเวลา
1 วัน

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • เข้าใจปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในการให้และรับคำติชม
  • เข้าใจปัจจัยหลักของการติชมที่มีประสิทธิภาพ
  • เรียนรู้และฝึกฝนการให้คำติชมด้วยวิธีการหลากหลาย

เนื้อหาหลักของโปรแกรม

  1. ปัจจัยหลักของการติชมที่มีประสิทธิภาพ
    • ความเชื่อมั่นและความนับถือในตนเอง: คุณค่าที่มีมาแต่กำเนิด คุณค่าที่เกิดจากการฝึกฝนและพัฒนาทักษะ และศักยภาพในอนาคต
    • จุดประสงค์ของคำติชม: เพิ่มความมั่นใจและผลักดันการพัฒนา
    • หลักการที่ยึดถือ: ความผิดพลาดก่อให้เกิดการเรียนรู้ และกระบวนการวัดผลสร้างแรงผลักดันให้พัฒนา
    • มุมมองด้านวัฒนธรรม: วิธีการให้และรับคำติชมที่แตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม (feedback culture map)
  2. วิธีการให้คำติชมที่มีประสิทธิภาพ
    • คำชม: แบ่งคำชมออกเป็น 3 มิติ (ความสัมพันธ์, โครงสร้าง, ข้อมูล)
    • ข้อผิดพลาดหลัก 3 ประการที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อให้คำวิจารณ์: การว่าร้าย, คำติชมที่ขาดใจความ, และการสอดแทรกคำติไว้ในคำชม
    • จากคำติสู่การพัฒนา: วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากคำวิจารณ์
    • หลักการเปลี่ยนคำวิจารณ์เป็นการพัฒนาทั้งระยะสั้นและระยะยาว (COACH: Construct, Observe, Analyze, Choose, Heighten)

ระยะเวลา
1 วัน

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • การวิเคราะห์และระบุความท้าทายด้านการบริหารเวลา
  • ความเข้าใจในหลักการบริหารเวลา
  • การฝึกฝนทักษะบริหารเวลาด้วยหลักการที่เรียบง่ายและนำไปปฏิบัติได้จริง

เนื้อหาหลักของโปรแกรม

  1. คำถามสำคัญ 2 ข้อ
    • การวิเคราะห์และทบทวนโดยใช้หลักคำถามสำคัญสองข้อ
      • หากคุณมีเวลาเพิ่ม คุณจะใช้เวลานั้นทำอะไรทีปัจจุบันไม่ได้ทำ
      • คุณมีแนวคิดอย่างไร และคุณใช้เวลากับอะไรในช่วงที่สามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • การแลกเปลี่ยนไอเดีย
  2. Tกฏหลัก 6 ข้อเกี่ยวกับเวลา
    • เรียนรู้กฏหลัก 6 ข้อเกี่ยวกับเวลา: Parkinson, Murphy, Carlson, Pareto, Illich, และ Laborit/Eisenhower
    • เรียนรู้วิธีประยุกต์ใช้กฏ 6 ข้อ
  3. The 3 Golden Rules of Effective Time Management กฎหลัก 3 ข้อของการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
    • จดจ่อกับสิ่งที่คุณกำลังทำ (Eat when you eat and sleep when you sleep)
    • ทุ่มเทพลังงานและเวลาให้กับงานที่สำคัญที่สุดในแต่ละวัน (Eat your frog early in the morning)
    • จัดการงานที่ไม่สำคัญแต่ใช้เวลามากอย่างมีประสิทธิภาพ (Greatly achieving something stupid…is stupid)
  4. แผนปฏิบัติรายบุคคล
    • การเขียนแผนปฏิบัติเพื่อการบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นของผู้เข้าอบรมแต่ละราย

ระยะเวลา
1 วัน

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • เข้าใจการเปลี่ยนแปลงขององค์กรและวิธีจัดการความเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพและรอบด้าน
  • เรียนรู้เทคนิคโน้มน้าวใจเพื่อลดแรงต้านจากบุคลากรต่อการเปลี่ยนแปลงในองค์กร
  • เข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนองค์กรผ่านความเปลี่ยนแปลงอย่างประสบความสำเร็จ

เนื้อหาหลักของโปรแกรม

  1. ความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงและการเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง
    • ปัจจัยสำคัญและหลักการเพื่อการจัดการความเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จ
    • วิเคราะห์สามช่วงของการเปลี่ยนแปลง: ปัจจุบัน อนาคต และช่วงเปลี่ยนผ่าน
    • การเปลี่ยนแปลงผู้นำ ความรับผิดชอบ กระบวนการวางแผน และการประเมินความเสี่ยง
  2. การบริหารบุคลากรระหว่างการเปลี่ยนแปลงในองค์กร
    • เข้าใจหลักจิตวิทยาและวิธีที่มนุษย์ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง
    • สื่อสารเรื่องความเปลี่ยนแปลงกับบุคลลากรโดยใช้หลักการ ADKAR (Awareness, Desire, Knowledge, Ability, Reinforcement)
    • สร้างศักยภาพในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในระดับผู้จัดการ หัวหน้างาน และสมาชิกทีม
  3. การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
    • วางแผนการสื่อสารก่อน ระหว่าง และหลังการเปลี่ยนแปลง
    • ประเมินความเปลี่ยนแปลงด้วยเกณฑ์วัดที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
    • การชื่นชมและให้รางวัลการยอมรับและปฏิบัติตามความเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ

ระยะเวลา
1 วัน

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • เข้าใจปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในการให้และรับคำติชม
  • เข้าใจปัจจัยหลักของการติชมที่มีประสิทธิภาพ
  • เรียนรู้และฝึกฝนการให้คำติชมด้วยวิธีการหลากหลาย

เนื้อหาหลักของโปรแกรม

  1. การสร้างความขัดแย้ง
    • การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าอบรม
    • สาเหตุหลักของความขัดแย้งในองค์กร
  2. การป้องกันความขัดแย้ง
    • หลักการของความสัมพันธ์ที่ดี
    • หลักคิด 3 ข้อของโสเครตีส
    • อุปสรรค 3 ข้อของการสื่อสาร (การลบเลือน การบิดเบือน และการเหมารวม) และความผิดพลาด 3 ข้อของการฟัง (การส่งสาร การปฏิเสธ และการหลีกหนี)
    • การมองความขัดแย้งจากมุมมองของคู่สนทนา
  3. การแก้ไขความขัดแย้ง
    • การกระทำและหลักการของความแน่วแน่
    • การหาทางออกด้วยหลักการ DESC (อธิบายข้อเท็จจริง แสดงความรู้สึก แก้ปัญหา สรุปปัญหาด้วยทางออกที่ให้ผลในแง่บวก)
    • การเป็นผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างบุคคลากร 2 ราย
  4. สิ่งที่คุณจะได้รับ
    • การเขียนสรุปสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากการอบรมและจากการรับฟังการแลกเปลี่ยนประสบการณ์

ระยะเวลา
1 วัน

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • การรักษาแนวคิดเชิงบวกเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์
  • การรับผิดชอบหน้าที่ที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร
  • การเรียนรู้เทคนิคในการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

เนื้อหาหลักของโปรแกรม

  1. เรียนรู้แนวคิดของนักสร้างสรรค์ที่ประสบความสำเร็จ
    • กลไกการทำงานของจิตใจ: เข้าใจและรู้เท่าทันกระบวนการทำงานของจิตใจ (การลบเลือน การบิดเบือน และการเหมารวม) ที่ส่งผลให้มนุษย์แก้ปัญหาด้วยวิธีที่คุ้นเคย
    • เรียนรู้วิธีการค้นหาแนวทางที่แตกต่างในการจัดการสถานการณ์
    • การมองปัญหาผ่านมุมมองใหม่ โดยประยุกต์เทคนิคที่ได้รับการถ่ายทอด และมองปัญหาในฐานะโอกาสในการเติบโต และหาข้อดีของสถานการณ์ที่ท้าทาย เพราะการมองปัญหาในเชิงบวกจะนำมาซึ่งทางออกในเชิงบวก
  2. เรียนรู้เครื่องมือในการเป็นนักสร้างสรรค์ที่ประสบความสำเร็จ
    • เทคนิค Random Word: เรียนรู้ผ่านกระบวนการสุ่มเลือกคำและพิจารณาความหมาย โดยความหมายของคำดังกล่าวอาจกระตุ้นกระบวนการหาทางออก
    • เทคนิค Analogy เรียนรู้ผ่านการเปรียบเทียบองค์กรของคุณกับองค์กรในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพื่อมองหาทักษะที่อาจเป็นประโยชน์ต่อองค์กรของคุณ
    • เทคนิค Brain Writing: เรียนรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดโดยเขียนลงบนกระดาษและผลัดกันเสนอไอเดียเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยลดการตัดสินไอเดียของผู้อื่นซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความคิดสร้างสรรค์
    • การเขียนแผนผังความคิดเพื่อจัดระบบข้อมูล เอื้อต่อการวิเคราะห์ ความเข้าใจ การสังเคราะห์ การทบทวน และการหาไอเดียใหม่

โปรแกรมทักษะผู้นำโดย OPTIMA เหมาะกับใคร

ผู้นำที่ไม่เคยหยุดเรียนรู้และมุ่งพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ

ผู้นำระดับกลาง และระดับสูง

ผู้จัดการฝ่าย

ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ

ผู้กุมการตัดสินใจขององค์กร

วิธีการเรียนรู้ที่ทันสมัยและพิสูจน์ได้ถึงผลลัพธ์

อบรมในห้องเรียนควบคู่กับการบรรยายออนไลน์การแสดงบทบาทสมมติและการฝึกซ้อมด้วยการจำลองสถานการณ์จริงการสอนที่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับผู้เรียนเพื่อประสิทธิภาพการเรียนรู้สูงสุดคำแนะนำอย่างต่อเนื่องจากที่ปรึกษาของ OPTIMA